รีวิว co-incidence.process.coffee สาธุประดิษฐ์ 19 คาเฟ่ลอฟท์ลับกลางเมือง

เคาน์เตอร์บาร์กาแฟสีดำในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ มีบาริสต้ากำลังชงกาแฟ พร้อมอุปกรณ์และแก้วกาแฟเรียงบนเคาน์เตอร์
รีวิว co-incidence.process.coffee สาขาสาธุประดิษฐ์ 19 คาเฟ่สไตล์อินดัสเทรียลซ่อนตัวในซอย กาแฟดี ขนมอร่อย บรรยากาศนั่งทำงานเงียบสงบ คะแนน Google 4.9

เคยเป็นมั้ยครับ… วันดีคืนดีอยากหาคาเฟ่เงียบๆ นั่งทำงานสักหน่อย เปิด Google Maps ขึ้นมาปุ๊บ เจอร้านคะแนน 4.9 จาก 81 รีวิว ในซอยสาธุประดิษฐ์ 19 แล้วก็คิดในหัวว่า “ร้านอะไรวะ ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อ” นั่นแหละครับ คือจุดเริ่มต้นของผมกับ co-incidence.process.coffee สาขาสาธุประดิษฐ์ 19 ร้านที่ซ่อนตัวอยู่หลังรั้วสีดำติดกับทางเข้าธนาคารกรุงเทพ ถ้าไม่ตั้งใจหาจริงๆ ขับผ่านไป 3 รอบก็ยังไม่เจอ… ผมขับผ่านไป 2 รอบเองครับ ไม่ได้ 3 นะ ยังดี

พอเปิดประตูเข้าไปปุ๊บ อ้าว… นี่มัน showroom พื้นยางดีไซน์เท่ของ Floorament มาผสมร่างกับคาเฟ่ specialty coffee ได้ยังไง?! คือแบบ เดินเข้ามาแล้วงงเลยนะครับ เพดานคอนกรีตเปลือย ท่อสีเหลืองพาดผ่าน เก้าอี้ Wassily หนังสีดำ โซฟาสีน้ำเงินเข้ม กระจกบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติ มองออกไปเจอสวนสีเขียว… concept มันแปลกมากครับ แต่แปลกแบบเวิร์ค แปลกแบบนั่งลงแล้วไม่อยากลุก ถ่ายรูปทีก็สวยทุกมุม มาเถอะครับ ผมจะพาไปดูทีละจุดว่าร้านนี้มันดียังไง แล้วทำไมคนรีวิวถึงให้คะแนนกันเกือบเต็ม 5

เคาน์เตอร์บาร์กาแฟสีดำในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ มีบาริสต้ากำลังชงกาแฟ พร้อมอุปกรณ์และแก้วกาแฟเรียงบนเคาน์เตอร์

บรรยากาศอินดัสเทรียลลอฟท์ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเท่ขึ้นมาทันที

พูดตรงๆ เลยนะครับ ผมเข้าร้านกาแฟมาเยอะ แต่ร้านที่ทำให้รู้สึกว่า “โห ตัวเองนั่งอยู่ในนิตยสาร design” นี่มีไม่กี่ร้าน co-incidence.process.coffee สาธุประดิษฐ์ 19 เป็นหนึ่งในนั้นครับ เพดานคอนกรีตเปลือยสูงโล่ง ท่อสีเหลืองพาดเป็น accent color ที่ตัดกับโทนดำของเคาน์เตอร์บาร์ได้ลงตัวมาก เก้าอี้หนังสีดำแบบ Wassily ที่ปกติเห็นในพิพิธภัณฑ์ ดันเอามาวางให้นั่งจิบกาแฟ… มันหรูแบบไม่ต้องพยายาม

ส่วนที่ชอบมากคือกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาเต็มๆ มองออกไปเจอสวนหย่อมเขียวๆ ร่มรื่น ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองนั่งอยู่กลางเมืองกรุงเทพเลย แถมยังมีโซฟาสีน้ำเงินเข้มกับเฟอร์นิเจอร์สีม่วงที่ mix & match กันอย่างกล้าหาญ แต่ออกมาสวย ไม่ขัดตาเลยครับ ผมนั่งอยู่หลายชั่วโมงแล้วก็เอาแต่หมุนหัวมองรอบๆ แทนที่จะทำงาน… ซึ่งก็ถือว่าเป็นปัญหาเหมือนกันนะ แต่เป็นปัญหาที่ยอมรับได้

ภายในร้านอาหารสไตล์ลอฟต์อินดัสเทรียล มีเพดานคอนกรีตเปลือย ท่อสีเหลือง เก้าอี้หนังสีดำแบบ Wassily และเฟอร์นิเจอร์สีม่วงกับกระจกบานใหญ่

กาแฟ Specialty ที่ไม่ได้มาเล่นๆ

ร้านนี้ไม่ใช่คาเฟ่ถ่ายรูปสวยแต่กาแฟรสชาติงั้นๆ นะครับ ย้ำ ไม่ใช่! co-incidence.process.coffee เขาเป็นร้าน specialty coffee จริงจัง มาจากสาขา original ที่สุขุมวิท 49 ที่มีแฟนประจำเหนียวแน่นอยู่แล้ว พอมาเปิดสาขาสาธุประดิษฐ์ก็เอามาตรฐานเดียวกันมาเป๊ะ

ผมสั่งลาเต้มาแก้วนึง… ลาเต้อาร์ตสวยละมุนตาก่อนเลย จิบคำแรกปุ๊บ กาแฟหอมกลมนุ่ม ไม่เปรี้ยวจี๊ดแบบบางร้านที่ทำ specialty แล้วเน้นแต่ acidity จน drink ยากสำหรับคนทั่วไป ร้านนี้ balance ดีครับ คนไม่ได้เป็นสาย specialty หนักๆ ก็ดื่มได้สบาย ส่วนสายดื่มจริงก็ยังพอใจ เพราะเมล็ดมีคุณภาพ บาริสต้าก็เชี่ยวชาญ ดูจากมือที่ชงเนี่ย คล่องมากครับ เร็วแต่ละเอียด นอกจากกาแฟแล้วยังมีเมนู non-coffee อย่างมัทฉะลาเต้ที่หอมชาเขียวละมุนไม่หวานจัด กับพวก Coconut Yuzu, Berry Soda อีกเพียบ สั่งมาเลย ไม่ผิดหวัง

บาริสต้ากำลังเสิร์ฟกาแฟในแก้วกระดาษสีขาวบนเคาน์เตอร์บาร์ พร้อมเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซและแก้วกระดาษซ้อนเรียงอยู่ด้านหลัง

เบเกอรี่โฮมเมดที่ต้องสั่งคู่กับกาแฟ

ถ้ามาร้านนี้แล้วสั่งแค่กาแฟอย่างเดียว ผมถือว่าคุณพลาดครับ… พลาดแบบน่าเสียดายมาก เพราะเบเกอรี่ของ co-incidence เขาทำโฮมเมดเองและรสชาติดีเกินคาด ครัวซองต์นี่สั่งมาเลยนะครับ กรอบนอกนุ่มใน เนยหอมฟุ้ง กัดคำแรกแล้วชั้นแป้งพับกันสวยมาก ไม่แพ้ร้านเบเกอรี่ที่เปิดขายครัวซองต์อย่างเดียวเลย

แล้วก็มีบิสคอตตี้อัลมอนด์ที่เอามาจิ้มกาแฟได้ฟินมากๆ กรอบๆ หอมๆ กินคู่กับลาเต้แล้วมันลงตัวแบบ… ร้องอื้อออในหัวเลยครับ ส่วนพายผลไม้โฮมเมดก็ตัวดีอีกเมนู กะทัดรัดแต่รสหวานกลมกล่อม ไม่หวานแหลม ไม่เลี่ยน กินหมดจานแล้วยังอยากสั่งเพิ่ม ราคาเบเกอรี่ก็ไม่ได้แพงจนตกใจ ถือว่าคุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้ ผมแนะนำให้สั่งครัวซองต์กับกาแฟคู่กัน แล้วชีวิตช่วงบ่ายวันนั้นจะสดใสขึ้นอีกเยอะ

กาแฟลาเต้อาร์ตในแก้วกระดาษพร้อมบิสคอตตี้อัลมอนด์บนจานเล็กวางบนโต๊ะไม้

Concept สุดแปลก: คาเฟ่ผสม Showroom พื้นยาง

นี่คือส่วนที่ผมต้องพูดถึงครับ เพราะมันแปลกมาก… แปลกจนกลายเป็นเสน่ห์ co-incidence.process.coffee สาขานี้เกิดจากการ collab กับ Floorament ซึ่งเป็นสตูดิโอออกแบบพื้นยางดีไซน์เก๋ๆ ชั้นบนของตึกคือออฟฟิศและ showroom ของ Floorament ส่วนชั้นล่างคือคาเฟ่ แต่ทั้งสองส่วนมันผสมผสานกันอย่างกลมกลืนจนแยกไม่ออกว่าตรงไหนเป็นคาเฟ่ ตรงไหนเป็น showroom

concept ของเขาคือการสร้างพื้นที่ที่กระตุ้นประสาทสัมผัส เอา specialty coffee มาผสมกับ design thinking ฟังดูเหมือนคำโฆษณา แต่พอมานั่งจริงๆ มันเวิร์คครับ คุณนั่งจิบกาแฟอยู่บนพื้นยางดีไซน์สวยๆ มองไปรอบๆ เห็นงานออกแบบที่ลงตัว ทุกอย่างมัน curate มาอย่างดี ตั้งแต่เก้าอี้ โต๊ะ แสงไฟ ไปจนถึงพื้น ไม่มีอะไรที่รู้สึกว่า “เอ้ อันนี้มันเกินไปป่าว” ผมว่าคนที่ชอบงานดีไซน์ต้องมาครับ มาแล้วจะเข้าใจว่าทำไมชื่อร้านถึงชื่อ co-incidence เพราะมันคือ “ความบังเอิญ” ที่สองโลกมาเจอกันได้ลงตัวขนาดนี้

ภายในร้าน Co-incidence ตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลโทนสีดำ มีกระจกสะท้อนภาพและชั้นวางตรงกลาง

นั่งทำงานได้ทั้งวัน มีปลั๊กให้ เงียบสงบ

สำหรับสาย work from café นี่คือข่าวดีครับ ร้านนี้เงียบมากโดยเฉพาะช่วงบ่าย ไม่ได้มีคนพลุกพล่านจนวุ่นวาย ที่นั่งมีหลายโซนให้เลือก ทั้งโซนบาร์ โซนโซฟา โซนโต๊ะเดี่ยว มีปลั๊กไฟให้ชาร์จแบตด้วย ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนทำงานนอกออฟฟิศ ใช่มั้ยครับ แบตหมดกลางทางนี่แทบจะร้องไห้เลย

แต่ต้องบอกตรงๆ นะครับ มีคนรีวิวว่า Wi-Fi เคยมีปัญหาใช้ไม่ได้ ตรงนี้ผมแนะนำว่าถ้าคุณเป็นสายต้องใช้เน็ตหนักๆ ควรเตรียม hotspot จากมือถือไปด้วยเผื่อไว้ จะได้ไม่ต้องเสียอารมณ์ แต่ถ้าเรื่องบรรยากาศการนั่งทำงานนี่ 10 เต็ม 10 ครับ เพดานสูง ไม่อึดอัด แสงธรรมชาติเข้าดี อากาศเย็นสบาย นั่งทั้งวันก็ไม่เบื่อ แถมกาแฟก็อร่อย สั่งแก้วที่สอง แก้วที่สามก็ยังไหว ไม่ต้องกลัวว่ากาแฟจะแย่จนไม่อยากสั่งเพิ่ม

ภายในคาเฟ่สไตล์โมเดิร์นพร้อมโต๊ะเก้าอี้และโซฟาหนังสีดำ มองผ่านกระจกบานใหญ่เห็นสวนต้นไม้และพุ่มไม้เขียวขจีด้านนอก

สวนหย่อมด้านนอกที่ช่วยให้หายใจได้อีกครั้ง

อีกจุดที่ต้องพูดถึงคือพื้นที่ภายนอกร้านครับ มีสวนหย่อมเขียวๆ ร่มรื่น พร้อมโต๊ะนั่งกลางแจ้งสำหรับคนที่อยากสูดอากาศ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนะครับ แต่จัดได้น่ารัก มีพุ่มไม้เขียวขจี ต้นไม้ร่มเงา ให้ feeling เหมือนนั่งอยู่ลานหลังบ้านเพื่อนที่มีเซนส์ดีไซน์ดี

ช่วงเช้าๆ ก่อนแดดจะแรงนี่ดีมากครับ เอากาแฟมานั่งจิบข้างนอก ลมพัดเย็นๆ ฟังเสียงนกร้อง (ใช่ครับ ยังมีนกร้องอยู่แม้จะเป็นกลางกรุง) บอกเลยว่ามันเป็น moment ที่ทำให้ลืมไปเลยว่าอยู่ในซอยสาธุประดิษฐ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศที่อากาศร้อนจนอยากย้ายประเทศ แต่เช้าวันนั้นผมรู้สึกว่า… เฮ้ย กรุงเทพก็มีมุมน่ารักอยู่เหมือนกันนะ แค่ต้องหาให้เจอ ร้านนี้คือมุมนั้นครับ ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องแอร์ มานั่งข้างนอกสักครึ่งชั่วโมงรับรองสดชื่น

ภายนอกร้านกาแฟ Co-Incidence Process Coffee ที่มีกระจกบานใหญ่ โต๊ะนั่งกลางแจ้ง และสวนหย่อมสีเขียว

เคาน์เตอร์บาร์สีดำที่ดูแล้วอยากนั่งเฝ้า

ผมเป็นคนชอบนั่งหน้าบาร์ครับ ชอบดูบาริสต้าชงกาแฟ มันให้ความรู้สึกเหมือนดู live performance อะไรสักอย่าง เคาน์เตอร์บาร์ของ co-incidence นี่ถือว่าเท่มากครับ ทำเป็นโทนสีดำด้าน วัสดุดูแข็งแรง มีเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซตั้งอยู่เป็นพระเอกของบาร์ แก้วกระดาษสีขาวซ้อนเรียงเป็นระเบียบ อุปกรณ์ต่างๆ จัดวางอย่างมีระบบ

บาริสต้าที่นี่ก็ friendly ครับ ไม่ได้ทำหน้าเคร่งขรึมแบบ “ฉันคือ coffee purist อย่ามายุ่งกับฉัน” แนะนำเมนูได้ดี ถามอะไรก็ตอบ ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นคนนอกวงการกาแฟแล้วจะถูกมองด้วยสายตาดูถูก ตรงนี้สำคัญมากนะครับ เพราะบางร้าน specialty coffee เข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนเข้าไปสอบวิชากาแฟ 101 ถามอะไรผิดโดนตาเหลือกทันที ร้านนี้ไม่เป็นแบบนั้น เป็นกันเอง อบอุ่น สบายๆ ชิลล์ๆ

ราคาจิ๊บจ๊อย… ก็ไม่ใช่ แต่คุ้มค่า

พูดตรงๆ เลยนะครับ ราคาเครื่องดื่มร้านนี้ไม่ได้ถูก แต่ก็ไม่ได้แพงจนต้องกดเงินออกจาก ATM เพิ่มเพื่อมาจ่ายค่ากาแฟ ระดับราคาอยู่ประมาณ฿฿ ตาม Wongnai ซึ่งก็คือระดับคาเฟ่ specialty ทั่วไปในกรุงเทพ ไม่ได้ overpriced แต่ก็ไม่ใช่ร้านที่มาจิบกาแฟวันละ 3 แก้วแล้วกระเป๋าไม่สะเทือน

แต่ถ้ามองในแง่ value for money นี่ผมว่าคุ้มครับ เพราะคุณไม่ได้จ่ายแค่ค่ากาแฟ คุณจ่ายค่าบรรยากาศด้วย ที่นั่งสบาย ดีไซน์สวย มีปลั๊กให้ทำงาน มีสวนให้นั่งเล่น กาแฟก็อร่อย ขนมก็ดี ถ้าเทียบกับคาเฟ่ที่ราคาพอๆ กันแต่บรรยากาศห่วยกว่าเยอะ ร้านนี้ชนะขาดครับ เอาเงินมาจ่ายแล้วไม่เสียดาย ถ้ามาเป็นกลุ่มยิ่งดี สั่งเบเกอรี่มาแชร์กัน เฉลี่ยต่อหัวก็ไม่ได้เยอะ

ทำเลซ่อนลึกแต่คนรู้ก็รู้

ต้องเตือนก่อนนะครับว่าร้านนี้ “ซ่อน” อยู่จริงๆ มาครั้งแรกต้องใช้ Google Maps ช่วยแล้วเปิดตาให้กว้างๆ เพราะหน้าร้านเป็นรั้วสีดำ มีป้าย Floorament และ co-incidence แต่ถ้าไม่สังเกตก็ขับผ่านไปง่ายมาก ผมเองก็เกือบผ่าน… สองรอบ

แต่พอเข้ามาข้างในแล้วจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่หามาเจอครับ เหมือนค้นพบสมบัติลับที่คนอื่นยังไม่รู้ ซึ่งจริงๆ คนรู้ก็รู้กันนะ ดูจากรีวิว Google 4.9 ดาว 81 รีวิว กับ Wongnai 5.0 เต็ม 34 เรตติ้ง ตัวเลขพวกนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ครับ แสดงว่าคนที่มาแล้วประทับใจจริงๆ ถึงกลับไปให้คะแนนดีขนาดนี้ ย่านสาธุประดิษฐ์อาจไม่ใช่ย่านที่นึกถึงเป็นอันดับแรกเวลาจะหาคาเฟ่ แต่ร้านนี้อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจ ลองมาสักครั้งแล้วจะติดใจ

ภายในร้านกาแฟสไตล์อินดัสเทรียลพร้อมเคาน์เตอร์บาร์สีดำ โซฟานั่งเล่นสีน้ำเงินเข้ม และผนังสีฟ้าพร้อมจอสีเขียว

เคาน์เตอร์บาร์หลายมุม ถ่ายรูปสวยทุกองศา

สำหรับสายถ่ายรูปนี่ต้องบอกเลยครับว่าร้านนี้คือสวรรค์ แทบทุกมุมในร้านถ่ายรูปออกมาสวยหมด โดยเฉพาะบริเวณเคาน์เตอร์บาร์กาแฟที่มีหลายมุมให้เลือก จะถ่ายจากด้านหน้าเห็นบาริสต้ากำลังชง จะถ่ายจากด้านข้างเห็นเครื่องชงกาแฟกับแก้วเรียงราย หรือจะถ่ายมุมกว้างเห็นทั้ง interior ก็สวยไปหมด

ที่เด็ดคือกระจกสะท้อนภายในร้านครับ ถ้าหามุมดีๆ จะได้รูปที่มี depth สวยมาก เหมือนร้านกว้างเป็นสองเท่า โทนสีของร้านที่เน้นดำ เทา กับ accent สีเหลืองจากท่อ ทำให้รูปออกมามีมู้ดเข้มๆ ไม่ต้องแต่งฟิลเตอร์ก็สวย เอาไปลง Instagram ได้เลย ไม่ต้อง Lightroom อะไรเยอะ โทนมันได้ของมันอยู่แล้ว ใครมาแล้วไม่ถ่ายรูปนี่ถือว่ามาไม่ถึงครับ… ล้อเล่น แต่ก็จริงนะ

เคาน์เตอร์บาร์สีดำของร้านกาแฟ Coincidence Process Coffee ในกรุงเทพฯ พร้อมเครื่องชงกาแฟและบาริสต้ากำลังทำเครื่องดื่ม ภายในอาคารสไตล์ลอฟท์

ติดต่อและข้อมูลร้าน

  • ร้าน: co-incidence.process.coffee (Sathupradit 19)
  • ที่อยู่: 279/30 ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
  • เบอร์โทร: 081-326-6659
  • เวลาเปิด-ปิด:
    • จันทร์: ปิด
    • อังคาร: 08:00–17:00
    • พุธ: 09:00–17:00
    • พฤหัสบดี: 08:00–17:00
    • ศุกร์: 08:00–17:00
    • เสาร์: 08:00–17:00
    • อาทิตย์: 08:00–17:00
  • Google Maps

สรุปแล้ว co-incidence.process.coffee สาขาสาธุประดิษฐ์ 19 นี่คือคาเฟ่ที่ผมจะแนะนำให้เพื่อนทุกคนไปลองครับ จริงจัง ไม่ได้พูดเพื่อพูด ร้านนี้มีครบทุกอย่างที่คาเฟ่ดีๆ ควรจะมี กาแฟ specialty อร่อยจริง เบเกอรี่โฮมเมดคุณภาพดี บรรยากาศสวยจนถ่ายรูปได้ทุกมุม มีที่นั่งหลากหลายให้เลือกตามอารมณ์ จะมานั่งทำงานเงียบๆ คนเดียว หรือมากับเพื่อนนั่งคุยเล่นก็เหมาะหมด

concept คาเฟ่ผสม showroom พื้นยางอาจฟังดูแปลก แต่เชื่อผมเถอะครับ พอมาเห็นด้วยตาตัวเองแล้วจะเข้าใจว่ามันลงตัวยังไง ตึกสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ เพดานคอนกรีตเปลือย กระจกบานใหญ่ สวนเขียวๆ… ทุกอย่างประกอบกันเป็นพื้นที่ที่ทำให้อยากอยู่นานๆ

ข้อเสียก็มีบ้างนะครับ ร้านซ่อนลึกหน่อย ต้องตั้งใจหา แล้วก็ Wi-Fi ที่อาจจะไม่เสถียร ควรเตรียม hotspot ไปเผื่อ แต่แค่นี้ไม่ได้ทำให้ภาพรวมแย่ลงเลย คะแนน Google 4.9 จาก 81 รีวิวนี่ไม่ได้มั่วมาครับ เขาทำได้ดีจริง ถ้าวันไหนอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากคาเฟ่เดิมๆ ลองแวะมาสาธุประดิษฐ์ 19 ดูครับ รับรองว่าจะกลายเป็น “ความบังเอิญ” ที่คุณดีใจที่ได้เจอ ☕

Share the Post:

Related Posts

ทางเข้าร้านอาหารไทย Jarid Thai Food Fine Wines ตกแต่งด้วยโทนสีส้มอิฐสไตล์วินเทจพร้อมลวดลายกระจกฉลุ

รีวิว Jarid Thai Food นิมมาน ซอย 3 อาหารไทยฟิวชันเชียงใหม่

รีวิว Jarid Thai Food Fine Wines นิมมานซอย 3 เชียงใหม่ อาหารไทยฟิวชันจัดจ้าน บรรยากาศอาร์ต ไวน์ชั้นเลิศ ข้าวผัดน้ำพริกหนุ่ม ข้าวซอย สะเต๊ะไก่ ครบจบทุกจาน

Read More
เต็นท์แกลมปิ้งสีขาวเรียงแถวท่ามกลางสวนปาล์มริมแม่น้ำในบรรยากาศหมอกยามเช้า ตกแต่งด้วยธงสามเหลี่ยมหลากสี

รีวิว BangGan Experience Camping พังงา แคมป์ริมน้ำฟีลธรรมชาติสุดๆ

รีวิว BangGan Experience Camping แคมป์ปิ้งริมน้ำพังงา บรรยากาศหมอกยามเช้า เต็นท์แกลมปิ้งสวย ห้องน้ำสะอาด เจ้าของน่ารัก คะแนน 4.9 ดาว สายธรรมชาติต้องไป!

Read More
Scroll to Top