เคยเป็นมั้ยครับ… ดึกๆ ดื่นๆ หิวจนท้องร้องดังกว่าเพลงในร้าน แต่หาร้านที่เปิดอยู่ไม่ได้สักร้าน ขับรถวนไปวนมาจนน้ำมันจะหมดก่อนได้กิน ถ้าเคยเป็นแบบนี้… ต้องจดพิกัดร้านนี้ไว้เลย "ร้านครัวยกนิ้ว ข้าวต้มฟรี" ปากซอยคลองลำเจียก 1 ย่านนวลจันทร์ เขตบึงกุ่มนี่เองครับ
ผมขับผ่านร้านนี้มาหลายหน เห็นคนแน่นร้านทุกที ก็คิดในใจว่าเอ๊ะ… ร้านเหล้าหรือเปล่าวะ หน้าร้านดูเหมือนร้านข้าวต้มทั่วไป มีป้ายไฟกะพริบตามสไตล์ แต่พอเดินเข้าไปข้างในปุ๊บ… โอ้โห ไม่ใช่แบบที่คิดเลย บรรยากาศข้างในมันฟีลร้านอาหารจีนย้อนยุค มีโคมไฟจีนสีแดงห้อยเต็มเพดาน โต๊ะไม้เรียงกันสะอาดสะอ้าน มีเมนูรูปอาหารแปะผนังรอบร้านเป็นร้อยๆ รูป แค่เดินเข้ามายังไม่ทันนั่งก็หิวเพิ่มขึ้นอีกสามเท่าแล้วครับ
แล้วที่สำคัญที่สุดของร้านนี้คือ… ข้าวต้มฟรี ครับ ฟรี! ไม่ได้พิมพ์ผิด ไม่ได้หลอก สั่งกี่ชาม สั่งกี่ทีก็ได้ ข้าวต้มหอมๆ เม็ดข้าวยังเป็นตัว ไม่ใช่น้ำข้าวเหลวๆ แบบที่กินแล้วรู้สึกว่าเราโดนโกง เปิดตั้งแต่บ่ายสามถึงตีหนึ่งครึ่งทุกวัน ร้านเดียวจบครับ ไม่ว่าจะหิวมื้อเย็นหรือหิวรอบดึก ร้านนี้รอท่าอยู่

ข้าวต้มฟรีที่ "เป็นข้าวต้ม" จริงๆ
ผมต้องเน้นเรื่องนี้ก่อนเลยนะครับ เพราะหลายร้านที่บอกว่าข้าวต้มฟรี พอตักมาถึงโต๊ะ… มันคือน้ำร้อนที่มีเม็ดข้าวลอยอยู่สามสี่เม็ด เหมือนเอาข้าวมาทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง แต่ที่ครัวยกนิ้วนี่ไม่ใช่ครับ ข้าวต้มเขาหอมจริง เม็ดข้าวยังคงรูปทรง กินแล้วรู้สึกว่ามันคือข้าวต้มที่เราอยากกิน ไม่ร้อนจนลวกปากด้วย อุณหภูมิพอดีๆ ตักซดคู่กับกับข้าวรสจัดๆ ได้เลย
ที่สำคัญคือ… ฟรี ครับ ฟรีไม่อั้น อยากกินกี่ชามก็สั่งเลย ไม่มีใครมาทำหน้าเหวี่ยงใส่ ไม่มีใครมานับว่าชามที่เจ็ดแล้วนะลูกค้า ผมว่านี่คือจุดขายที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านข้าวต้มทั่วไปมากเลย เพราะคุณสั่งกับข้าวมาสี่ห้าอย่าง กินกับข้าวต้มฟรี… บิลมาทีนี่ตกใจเลยครับ ถูกกว่าที่คิดเยอะมาก เพราะไม่ต้องจ่ายค่าข้าวเลยสักบาท กินจนพุงกางแล้วกลับบ้านยิ้มทั้งคืน
ผมว่าร้านที่กล้าให้ข้าวต้มฟรีแบบนี้ ต้องมั่นใจในกับข้าวตัวเองมากๆ เลยนะครับ เพราะถ้ากับข้าวไม่อร่อย คนก็ไม่มานั่งซดข้าวต้มเปล่าหรอก
กุ้งผัดสะตอ แซ่บจนต้องสั่งข้าวต้มเพิ่ม
เมนูแรกที่ผมอยากพูดถึงคือกุ้งผัดสะตอพริกแกงครับ พอจานมาวางหน้า… ตาเบิกกว้างเลย กุ้งตัวโตๆ วางเรียงกันอยู่ในจาน ไม่ใช่กุ้งแบบต้องเอาแว่นขยายส่องหา สะตอเม็ดเขียวสดๆ ผัดมากับพริกแกงหอมฉุย แค่กลิ่นก็ทำเอาน้ำลายไหลแล้วครับ
รสชาติเผ็ดกำลังดี จัดจ้านแบบที่กินกับข้าวต้มได้ลงตัวมากๆ สะตอกรอบนอกนุ่มใน ไม่เละไม่แข็ง กุ้งสดตัวใหญ่แน่นเนื้อ แกะง่ายด้วย ไม่ต้องนั่งปลุกปล้ำกับเปลือกกุ้งจนนิ้วล้า ผัดมาแห้งดี ไม่ชุ่มน้ำมัน ไม่เหลวเยิ้ม ทุกคำที่ตักขึ้นมาได้ทั้งกุ้ง ทั้งสะตอ ทั้งพริก ทั้งหอมแดง ครบเครื่องสมุนไพร
จานนี้ถ้าใครชอบอาหารใต้ สั่งมาเลยครับ ไม่ผิดหวัง กินคู่กับข้าวต้มร้อนๆ หนึ่งชาม… โอ้ย ชีวิตดีขึ้นมาสามร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ผมว่าเมนูนี้เป็นเมนูที่บอกตัวตนของร้านได้ดีมาก คือจัดจ้าน ไม่กั๊ก วัตถุดิบเต็มจาน

ปูผัดผงกะหรี่ สีเหลืองทองอร่ามตา
จานต่อไปที่เห็นแล้วต้องร้องว้าวคือปูผัดผงกะหรี่ครับ จานนี้มาถึงโต๊ะ สีเหลืองทองอร่ามสวยมาก ดูหรูดูดีเหมือนสั่งจากร้านอาหารโรงแรม แต่ราคานี่… ราคาร้านข้าวต้มครับ ไม่ต้องกลัวบิลช็อค
ปูชิ้นใหญ่ๆ คลุกเคล้ามากับผงกะหรี่หอมๆ มีไข่ผัดผสมเข้าไปด้วย ทำให้ซอสเข้มข้น มีเนื้อมีหนัง ผักชีโรยหน้ามาพอดีๆ กลิ่นผงกะหรี่โชยมาเตะจมูก กินคำแรกแล้วหยุดไม่ได้เลย ซอสกะหรี่เคลือบเนื้อปูเข้าไปทุกซอกทุกมุม รสชาติกลมกล่อม ไม่เค็มเกินไป ไม่หวานเกินไป ได้กลิ่นผงกะหรี่นำ ตามด้วยความมันของไข่
ผมว่าจานนี้เหมาะกับคนที่ไม่กินเผ็ดด้วยนะครับ เพราะรสชาติหอมอร่อยโดยไม่ต้องพึ่งความเผ็ด แต่ถ้าใครอยากเผ็ดก็ขอพริกเพิ่มได้ ตักกับข้าวต้มร้อนๆ หนึ่งช้อนปู หนึ่งช้อนข้าวต้ม สลับไปสลับมาจนจานหมดยังอยากสั่งเพิ่มอีก อันตรายมากครับจานนี้ อันตรายต่อกระเป๋าสตางค์… เอ้ย ไม่สิ ไม่แพงด้วยสิ อันตรายต่อรอบเอวมากกว่า

หอยตลับผัดฉ่า เผ็ดร้อนถึงใจสายแซ่บ
สายเผ็ดห้ามพลาดจานนี้ครับ หอยตลับผัดฉ่า เปิดฝาจานมาเจอสีแดงฉ่ำของพริกแกงผสมใบโหระพา กลิ่นหอมฟุ้งขึ้นมาตุ๊บบบ แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าจานนี้จะไม่ธรรมดา
หอยตลับสดมากครับ เปลือกเปิดสวยทุกตัว เนื้อหอยอ้วนๆ เด้งๆ ไม่มีกลิ่นคาว ซอสผัดฉ่าเข้มข้นจัดจ้าน เผ็ดร้อนแบบที่กินแล้วต้องหยุดหายใจสักวินาที แล้วก็ตักเข้าปากต่อ เพราะรสชาติมันดีเกินกว่าจะหยุดได้ ใบโหระพาหอมสดๆ ตัดรสเผ็ดได้ลงตัว พริกสดพริกแห้งใส่มาแบบไม่กั๊ก เห็นสีแดงเต็มจานแล้วคนไม่กินเผ็ดอาจจะร้องกรี๊ด แต่คนกินเผ็ดจะร้องเฮครับ
จานนี้ต้องกินกับข้าวต้มร้อนๆ ถึงจะสุดยอดครับ เพราะความเผ็ดของซอสผัดฉ่ามันจะถูกข้าวต้มอุ่นๆ ซับไปพอดี กินแล้วเหงื่อซึม แต่หยุดไม่ได้ ตักซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนน้ำซอสในจานหมดเกลี้ยง ถ้ามาร้านนี้แล้วไม่สั่งจานนี้ ถือว่ามาไม่ถึงครับ

ปลาทอดคู่ส้มตำ จัดหนักจัดเต็มแบบเหนือความคาดหมาย
จานนี้ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากนะครับ สั่งมาเพราะเห็นโต๊ะข้างๆ กินกันอยู่แล้วหน้าตามันน่ากินมาก พอจานมาวางหน้า… ปลาทอดตัวใหญ่มากกกก ทอดทั้งตัวเลยครับ กรอบนอกนุ่มใน ผิวปลาสีทองกรอบเด้ง ข้างในเนื้อปลายังชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งไม่เหนียว
แล้วที่มาคู่กันคือส้มตำถั่วกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ส้มตำรสชาติแซ่บนัว ไม่หวานเกินไป เปรี้ยวนำนิดๆ เผ็ดตาม ถั่วฝักยาวกรอบสด มะเขือเทศเปรี้ยวหวาน กินคู่กับปลาทอดร้อนๆ… ครับ ลงตัวมากจนอยากตบมือให้เชฟเลย น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวเผ็ดก็ช่วยเสริมรสปลาทอดได้ดี
ปริมาณนี่ต้องบอกว่าเกินราคาครับ ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ ส้มตำอีกจาน น้ำจิ้มอีกถ้วย ถ้าไปร้านอื่นราคาอาจจะพุ่งไปสามสี่ร้อย แต่ที่นี่ราคาเป็นมิตรมากจนรู้สึกว่าร้านรักเราจริงๆ เมนูนี้เหมาะกับการมากินเป็นกลุ่ม สั่งมาแชร์กัน ได้ทั้งอิ่มทั้งฟิน

ผัดเขียวหวานไก่ กลมกล่อมหอมมะพร้าว
เมนูบ้านๆ ที่ทำให้ดีนี่มันยากนะครับ ผัดเขียวหวานไก่เนี่ย ร้านไหนก็มี แต่ร้านไหนจะทำให้อร่อยจนน่าพูดถึงนี่อีกเรื่องหนึ่ง ที่ครัวยกนิ้วจานนี้ทำออกมาได้กลมกล่อมมากครับ น้ำแกงเข้มข้น หอมกะทิ หอมพริกแกงเขียวหวาน มีความเผ็ดนิดๆ แต่ไม่ถึงกับแสบปาก
ไก่ชิ้นใหญ่นุ่ม ไม่เหนียว ไม่แห้ง ผักใบเขียวสดกรอบ มะเขือพวงกลมๆ ลูกเล็กๆ กัดแล้วแตกป๊อปในปาก พริกชี้ฟ้าแดงๆ หั่นแฉลบโรยมาสวยงาม ดูเป็นจานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ใช่ผัดๆ ใส่ๆ ออกมาแบบขอไปที
จานนี้ถ้าใครมากับเด็กๆ หรือมากับครอบครัว สั่งได้เลยครับ รสชาติไม่จัดจนเกินไป กินง่าย กินได้ทุกวัย ตักราดข้าวต้มร้อนๆ อีกชาม… โอ้ยยย ไม่ต้องไปไหนแล้วครับ นั่งกินอยู่ตรงนี้จนร้านปิดเลยก็ได้ ผมว่าจานนี้เป็นจานที่เรียบง่ายแต่ทำให้รู้ฝีมือเชฟได้ชัดเจนที่สุด

กุ้งทอดกรอบ สลัดสด เมนูอร่อยที่ไม่คาดคิด
ร้านข้าวต้มจะมีกุ้งทอดเกล็ดขนมปังกรอบเสิร์ฟมากับสลัดผักสดด้วยเหรอ… ผมก็งงครับตอนเห็นในเมนู แต่พอสั่งมาลอง ต้องบอกว่าเซอร์ไพรส์มากเลย กุ้งทอดกรอบเด้ง เกล็ดขนมปังสีทองไม่อมน้ำมัน กัดลงไปครั้งแรก กรอบ กร๊อบบบ เสียงดังจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง
ข้างในเนื้อกุ้งสดแน่นเด้ง ไม่ใช่กุ้งแช่แข็งแบบกินแล้วเนื้อยุ่ย ทอดมาใหม่ร้อนๆ กินกับสลัดผักสดเย็นๆ น้ำสลัดรสเปรี้ยวหวานตัดเลี่ยนได้พอดี เป็นเมนูที่กินได้ทั้งเป็นกับข้าว เป็นกับแกล้ม หรือจะกินเป็น appetizer ก่อนจัดหนักกับเมนูอื่นก็ได้
ผมว่าจานนี้เป็นเมนูที่ทำให้เห็นว่าร้านนี้ไม่ได้มีแค่อาหารพื้นๆ นะครับ มีเมนูแปลกๆ น่าสนใจซ่อนอยู่ในเมนูเยอะมาก ต้องค่อยๆ สำรวจ ค่อยๆ ลอง มาทีเดียวกินไม่หมดหรอก ต้องมาหลายรอบครับ ร้านนี้

แกงเหลืองดอกฟักทอง หากินยากแต่ที่นี่มี
ใครที่ชอบอาหารใต้ต้องรู้จักแกงเหลืองอยู่แล้วครับ แต่แกงเหลืองดอกฟักทองนี่หากินยากมาก ไม่ใช่ทุกร้านจะทำ ที่ครัวยกนิ้วมีเมนูนี้ด้วย ผมเห็นปุ๊บสั่งเลยไม่ต้องคิด พอจานมาถึงโต๊ะ… สีเหลืองสดใสสวยมากครับ ดูแล้วสดชื่นตั้งแต่ยังไม่ได้กิน
น้ำแกงเหลืองรสเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม มีกลิ่นขมิ้นหอมๆ ดอกฟักทองนุ่มละมุน กินแล้วได้ความหวานธรรมชาติของดอกฟักทอง ผสมกับรสเปรี้ยวเผ็ดของน้ำแกง ลงตัวมากจนอยากบอกแม่ครัวว่า "นี่แหละ รสชาติที่ตามหา" มีสมุนไพรผักพื้นบ้านใส่มาอีกหลายอย่าง กินแล้วรู้สึกดีต่อสุขภาพด้วย
จานนี้ผมว่าเหมาะกับคนที่อยากลองอะไรใหม่ๆ นะครับ ไม่ใช่เมนูกระแสหลักที่ร้านไหนก็มี แต่ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจ ราคาก็ไม่แพง กินกับข้าวต้มร้อนๆ ได้สุดยอดมาก ถ้ามาวันไหนแล้วเมนูนี้หมด… ผมเข้าใจครับ เพราะของดีมันหมดเร็ว

ปริมาณจัดเต็ม ราคาเป็นมิตร กินจนแน่นยังไม่ถึงห้าร้อย
เรื่องนี้ต้องพูดถึงครับ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทุกคนที่มากินร้านนี้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ทำไมถูกจัง!" ผมสั่งมาห้าหกอย่างนะครับ กินกันสองคนจนพุงกาง บิลมาทีนี่… ตกใจ ไม่ถึงห้าร้อย ในยุคที่ข้าวแกงจานละร้อยนี่ การที่สั่งกับข้าวมาห้าอย่างแล้วจ่ายไม่ถึงห้าร้อยนี่มันเป็นไปได้ยังไงครับ
ตัวอย่างเลยนะครับ มีคนรีวิวว่าสั่งมาห้าเมนู ทั้งปลารากกล้วยทอด แขนงหมูกรอบ ไข่เจียวเห็ดโคน จับฉ่าย ผัดผักรวม จ่ายไปแค่ 370 บาท ในร้านแอร์ด้วยนะครับ ไม่ใช่ร้านริมทางที่นั่งเหงื่อไหล แต่นี่คือร้านนั่งสบาย แอร์เย็นฉ่ำ จ่ายสามร้อยกว่าบาท อิ่มจนเดินไม่ไหว
เรื่องปริมาณก็ไม่ต้องพูดถึงครับ ยำถั่วพูสั่งมา… ปลาหมึกกับกุ้งเยอะกว่าถั่วพูอีก ฮ่าๆ ไม่รู้จะเรียกว่ายำถั่วพูหรือยำทะเลดี ร้านนี้ไม่กั๊กวัตถุดิบจริงๆ ครับ

เปิดถึงตีหนึ่งครึ่ง ร้านรอบดึกที่ไว้ใจได้
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่รักของชาวนวลจันทร์คือเวลาเปิดครับ เปิดบ่ายสามโมง ปิดตีหนึ่งครึ่ง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ย้ำอีกที ทุกวัน! ไม่มีดราม่าว่าวันนี้ปิดพิเศษ วันนี้หยุดซ่อมแอร์ ไม่มีครับ มาได้ทุกวัน
สำหรับคนที่ทำงานกลางคืน คนที่เลิกงานดึกๆ หรือพวกที่ดื่มเสร็จแล้วหิว อยากกินข้าวต้มร้อนๆ ซดน้ำซุปอุ่นๆ ร้านนี้คือคำตอบเลยครับ ไม่ต้องไปนั่งกินมาม่าที่เซเว่นอีกต่อไป
แล้วอาหารออกไวด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าเปิดดึกแล้วทำช้า สั่งปุ๊บ อาหารมาปั๊บ ร้อนฉ่าเหมือนเพิ่งทำเสร็จ ผมว่าเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับร้านรอบดึก เพราะมาดึกๆ แล้วหิวจัด ต้องนั่งรอนานมันทรมานครับ แต่ที่นี่ไม่ต้องรอนาน สั่งเสร็จไม่กี่นาทีอาหารมาเรียงจานเต็มโต๊ะแล้ว พนักงานน่ารักบริการดีด้วย ไม่มีหน้าบึ้งหน้างอแบบร้านดึกบางร้านที่เหมือนเราไปรบกวนเขานอน

ติดต่อและข้อมูลร้าน
- ชื่อร้าน: ร้านครัวยกนิ้ว ข้าวต้มฟรี
- ที่อยู่: 50 ซ. คลองลำเจียก 1 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230
- เบอร์โทร: 083-295-5365
- เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 15:00 – 01:30 น.
- ดูแผนที่ Google Maps
สรุปแล้ว ร้านครัวยกนิ้ว ข้าวต้มฟรี เป็นร้านที่ผมแนะนำได้เต็มปากเต็มคำเลยครับ ไม่ใช่ร้านหรูหรา ไม่ใช่ร้านที่ต้องแต่งตัวไปถ่ายรูปลง Instagram แต่เป็นร้านที่กินแล้วอิ่ม กินแล้วสบายใจ กินแล้วจ่ายไม่แพง แล้วก็อยากกลับมากินอีก
อาหารรสชาติจัดจ้าน หลากหลาย มีทั้งอาหารไทย อาหารใต้ อาหารจีน อาหารอีสาน เมนูเยอะมากจนไม่รู้จะสั่งอะไรดี ดูรูปเมนูแปะผนังรอบร้านแล้วตาลาย ปริมาณก็จัดเต็มเกินราคา ข้าวต้มก็ฟรีไม่อั้น นั่งแอร์เย็นสบาย อาหารออกไว พนักงานน่ารัก เปิดถึงตีหนึ่งครึ่งทุกวัน… จะให้ร้านทำอะไรอีกครับ นี่แทบจะ perfect แล้ว
ข้อเสียที่ต้องบอกตรงๆ คือที่จอดรถหายากนิดนึงครับ ต้องจอดริมถนนหรือในซอยข้างร้าน แล้วก็ในร้านอาจจะเสียงดังหน่อยเพราะเพลง + เสียงสั่งอาหาร แต่ผมว่ามันเป็นเสน่ห์ของร้านข้าวต้มแบบนี้แหละครับ ถ้าเงียบสนิทมันก็ไม่ใช่ร้านข้าวต้มแล้ว
ถ้าอยู่แถวนวลจันทร์ บึงกุ่ม หรือแม้แต่ไม่ได้อยู่แถวนั้นแต่หิวดึกๆ แล้ว… ลองขับมาสักทีครับ ปากซอยคลองลำเจียก 1 ข้างการไฟฟ้านวลจันทร์ มาแล้วจะรู้ว่าทำไมร้านนี้ถึงชื่อ "ยกนิ้ว" เพราะกินเสร็จแล้วจะยกนิ้วให้จริงๆ ครับ 👍

