วันที่ 5 เมล่อนปังที่วัดโคมแดง สวนสาธารณะติดแม่น้ำโคตรสวย กิน ช้อป ที่ชิบุย่า – เปิดแมพโตเกียวอาเดียวกลับมาแล้ว EP.5

วันที่ 5 เริ่มวันด้วยการนั่งบัสไปอาซากุสะ ในช่วงเช้า 12.10 น. เช่นเคย

  • เริ่มวันด้วยความประทับใจ คนญี่ปุ่นต่อคิวขึ้นรถเมล์ได้เป็นระเบียบมากตามที่คาดไว้ พร้อมบรรยากาศรอบป้ายรถเมล์คือยูโทเปียสัสๆ สวยมาก ทั้งตึก ทั้งความเป็นระเบียบ ทั้งฟ้าสีฟ้าสดไส ยังกับมีผู้กำกับ นั่งตะโกนบอกให้คนเซตฉาก พร้อมคุมตัดต่อแต่งสี และหลังจากขึ้นรถเมไปเราก็ไม่ได้นั่ง ซึ่งโอเคค่าเสียหายต่อทริบ 210 เยน
  • แต่มันเริ่มไม่โอเคตอนที่เริ่มออกรถ ใครบอกรถเมญีปุ่นขับดี หน้าแทบคว่ำ เวลารถจอดรับคนที่ป้ายก็หัวทิ่ม แถมจอดเอียงๆ แต่ที่น่าประทับใจอีกอย่างคือ คนญี่ปุ่น ทั้งนักเรียน ทั้งคนแก่ยืนชิลจัด เหมือนขับนิ่มมาก ตัดภาพมาที่ชายหญิงวัยกลางคนจากไทยแลนด์แดน fast 10 จับราวด้วยสองมือ เกรงแขนสุดกำลัง เปลี่ยนจุดจับไป 5 จุดตลอดทริป อยากถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอหรอ ตอนนี้เอาสวัสดิภาพตัวเองให้รอดก่อน แล้วโชคก็เข้าข้าง อีก 2 ป้ายจะถึงอาซากุสะ เราก็ได้นั่ง ถ่ายวิดีโอข้างทางซักที ผ่านไปประมาณ 20 วินาที นั่งเลยป้าย 55555555 ทำไมสองป้ายนี้มันใกล้กันจังวะ!
  • แต่ในความโชคร้าย ก็มีอะไรดีๆ รออยู่ เราเจอร้าน local bekery ด้วยความที่วันนี้เราจะไปตามล่าขนมปังแกงกะหรี่อยู่แล้ว ร้านนี้ก็มี ตั้งอยู่ทางเข้าเลย เข้าไปลองสิครับ
  • แล้วเราก็พบว่า ขนมปังแกงกะหรี่ร้านนี้อร่อยมว้ากกกกก ตัวขนมปังบาง เหนียว นุ่มหนึบ ด้านนอกทอดกรอบกำลังดี ให้ความคริสปี้บนคสามหนียวนุ่มหนึบได้อย่างลงตังพอดี ส่วนตัวใส้ รสชาติเข้มข้น มีความเผ็ดนิดๆ กัดต้องระวังหน่อย เพราะความนุ่มนิ่มของขนมปัง และความไส้ทะลัก จะล้นออกมาโดนมือได้ สรุปคือจบภาระกิจขนมปังแกงกะหรี่ไปแบบงงๆ
  • และเราก็เดินมาถึงวันโคมแดง ดินแดนแห่งคนไทย แต่วันนี้ คือวันเสาร์ หันไปทางไหน ก็เจอ แต่คนญี่ปุ่น เหมือนเค้ามีงานวัดอะไรบางอย่าง มีซุ้มอาหารเต็มเลย แล้วเราก็ไปตามเป้าหมายของเรา ต่อคิวซื้อเมล่อนปังเจ้าดัง คนต่อ 20 คน ต่อไปซักพัก โดนลุงขายปลาปิ้งร้านข้างๆ บอกว่า ถ้าจะต่อคิวซื้อเมล่อนปัง หางแถวอย่าขวางทางเดินได้มั้ย หัวอุ่นๆ นิดหน่อย โชคดีร้านเมล่อนทำเร็วมาก และสบายใจอย่าง คนญี่ปุ่นต่อเยอะ อร่อยแน่ เราลองเมล่อปัง ไอติมชาเขียว สรุปให้สามคำ ขนมปังกรอบ หวาน ไอติมเข้มข้นหวานนิดๆ ออกไปทางขม จบการรีวิว
  • หลังจากได้ลิ้มรสเมล่อนปังตามที่ตั้งใจไว้ เราวางแผนกันไว้ว่าจะไป Tokyo Skytree Town และตัดสินใจเดินไป ประมาณ 1.5 km ตอนแรกจะนั่งอันที่คนวิ่งให้ แต่เราอยากลำรึกความหลัง ตัดสินใจไม่พึ่งพา ภาหนะไดๆ เดิมแม่ม ซึ่งเราบอกเลย เราตัดสินใจถูก เดี๋ยวเล่าให้ฟังว่าทำไม
  • ทางที่เดินผ่าน มีเทศกาลอะไรบางอย่าง มีดารแสดงคนตีกลองของเมืองซักอย่าง คือแบบ เหมือนต่างชาติได้มาดูการรำไทย ในช่วงเทศการอ่ะ มันคือการตั้งใจแสดงวัฒนธรรม มีทั้งหญิงชาย เด็ก บางคนตีกลองใหญ่ กลาง เล็ก มีคนเป่าเหมือนขลุ่ย ได้ดูการแสดงนี้ คือคุ้มมากๆแล้วที่ตัดสินใจเดิน
  • หลังจากนั้นเราจะเดินไปโตเกียวสกายทรีซึ่งต้องผ่านสวนสาธารณ ริมแม่แม่น้ำ และเดินข้ามสะพาน สิ่งที่พีคที่สุดคือ วิวริมแม่น้ำสวยมากกกกกก แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลย คนญี่ปุ่น มาเดท พาลูกมาเล่นสนามเด็กเล่น มีคนมานั่งชิลกินขนม กินกาแฟ บางคนออกกำลังกาย พร้อมกับวิวแม่น้ำ คือต้องมาจริงๆ อยู่อาซากุสะ ปักโตเกียวสกายทรี แล้วเดินตามแมพมาโล้ด
  • และก็ได้ความประทับใจอีก 1 เมื่อได้ลองเข้าห้องน้ำสธารณของในสวนนี้ เข้าไปแบบ ทึ่ง สะอาดยังกับห้องน้ำห้าง ได้แต่นั่งนึกถึงห้องน้ำสาธารนะ ณ ประเทศ กำลังพัฒนาแห่งหนึ่ง เข้าไปที จมูกแทบพัง กลิ่นฉี่เข้มข้นสุดๆ
  • แล้วเราก็วนกลับไปเดินข้ามสะพาน อีกครั้งนะครับ ทุกคนควรมา ผมเดินบ่ายสอง แดดก็แรงอยู่ แต่ไม่ร้อนเลย ที่สำคัญคือ วิวสวยจัดๆ สวยมากกกก อยากตะโกนดังๆ ว่า วิวสันนนนนน ผมกับแฟน แวะถ่ายรูปทุกๆ 3 เมตร กว่าจะข้ามสะพานได้ ใช้เวลากว่าครึ่ง ชม. 5555
  • หลังจากนั้นก็เดินผ่านบ้านเมืองญี่ปุ่นในวันเสาร์ พบว่าคนญี่ทั้งเดินและปั่นจักรยานเยอะมาก ทำให้มีไอเดียอยากไปเช่าจักรยานมาปั่นเที่ยวเมืองโตเกียว ดูราคาวันละ 4000 – 6000 yen คิดว่าโอเคมาก ถ้าไม่ต้องนั่งรถไป เที่ยววนๆ อูเอโนะ ชินจูกุ อากิาบาระ 1 วันก็คุ้มแล้ว สำคัญคือ เท้าที่เคยเดินจนระบม น่าจะไม่ช้ำขนาดนี้ ใครมาญี่ปุ่น น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดี เท้าช่วงเย็นก่อนปิดวันนี่ แทบไม่มีความรู้สึกแล้ว
  • แล้วเราก็มาถึง Tokyo sky tree sumida แม่ง คนญี่ปุ่นเยอะมากกกก เหมือนมีงานอะไรบ้างอย่าง แถมมี่เที่ยวตรงนี้คือ มีอควาเรียม มีร้านอาหารเยอะในห้าง มี official shop มี คาเฟ่เกม apex legen และ kirby omg
  • บันไดเลื่อนแคบๆ คือดี
  • สนองเนิร์ด ร้าน official shop เยอะจัด ไม่ขึ้นทาวเวอ มาซื้อของเล่น
  • ทางหมดกับกาชาปองที่ bamdai gachapon official 4000 y คือดี
  • คนญี่ปุ่นเยอะมาก มีทั้ง aqutium, tokyo sky tree และอื่นๆอีกมาก เองนั้น ไม่ไปเที่ยวเลย เดินดูช็อบอย่างเดียว
  • มี jump shop
  • เราเริ่มที่ชั้น 4 เดินตาม shop ไปเรื่อย ตามหา tomica shop ขึ่นไปชั้นห้าก็แล้วชั้นผกก็แล้ว ชั้น 7 ร้านอาหารล้วนๆ แล้วก็ไปนั่ง search ข้อมูลที่ชั้น 7 พบว่า ช้อปมันอยู่ชั้น 3 555555555
  • เราเจอช็อป
  • ลงลิฟไปเลยจ้า
  • แล้วเราก็เดินผ่าน abc mart ร้านที่นี่ใหญ่ คนฐี่ปุ่นมาเยอะ อาจจะเพราะวันเสาร์ ที่เคยผ่านมาสองสามสาขา ของที่สาขานี้น่าจะมีเยอะประมาณ 3 สาขานั้นรวมกัน ที่สำคัญรองเท้าเด็กเยอะมาก ใครมีลูกแนะนำเลย ราคาประมาณคู่ละ 5000 – 6000 yen ถ้าลูกมาด้วย น่าจะซัดไปเยอะอยู่
  • มีช๋อปแบรนด์ เสื้อผ้า กระเป๋า ญี่ปุ่น น่ารักมากกกกก รอแฟนหาชื่อให้อยู่ brand chums
  • แล้วเราก็มาถึงช็อป Tomica และพบว่า ของเยอะจริง แต่ซื้อที่ big camera อากิฮาบาระ ถูกกว่า อาเมน ปิดโปรเจคได้สวยงามตามชื่อทริป โตเกียว เดี๋ยวมาใหม่
  • แล้วเราก็กลับเข้าไปนั่งรถไฟใต้ดินสายสีม่วง ตัว z กลับไปกินแซนวิช lukes lobster ที่ชิบูย่า พบว่า มันคืออการนั่งจากสุดสายนึง ไปอีกสุดสายนึง 1 ชม. กว่าๆ ยังกะนั่งข้ามเมือง 55555555 แต่ก็ดีนะ ได้พักเท้า รถว่างเชียว 55555555
  • มาถึงชิบูย่า อยู่ๆ คุณแฟนก็อยากดูรูปปั้นคุณหมา ทั้งๆ ที่ผมเดินไม่ไหว และหิวมากแล้ว ก้เลยตะโกนบอกไปดังๆ ว่าตัวเอง ไม่ได้ปักที่ร้าน luke lobster หรอ แล้วนางก็เดินนำ ไอ้เราก็สงสัยว่าทำไม่ เจอรูปั้นน้องหมาแลมมาร์คซักที ถามคุณแฟนอีกที บอกเรากำลังเดินไปร้านล็อปส์เตอร์ งงๆ แต่ก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ เพราะหนึ่งในตัวจุดชนวนชีฮักคือคนเยอะ และที่ทุกคนรู้ดี ที่นี่ชิบูย่า (กางแขน ทำหน้าแบบดอมินิกโทเร็ตโต้) คนเยอะสัสๆ เราก็ได้แต่เดินตามไปแบบเงียบๆ อากาศเริ่มเย็น แต่ได้ความหัวร้อน ช่วยไว้ ทำให้คนห้าวใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืดยูนิโคล่ ลุยอากาศหลักสิบในโตเกียว พอเดินต่อได้แบบไม่ลำบากมากนัก (จริงๆ คือกลัวเมีย)
  • แล้วเราก็มาถึงร้าน lukes lobster อย่างนึงที่ตกผลึกหลังจากมาถึงร้านแซนวิชชื่อดัง เวลาเราเห็น 500 เมตรของชิบูย่าในกูเกิ้ลแมพ มึงอย่าไปเชื่อมัน กว่าจะเดินถึง ใช้หลังงานไปยังกะโลครึ่ง ทั้งเนิน ขึ้นๆ ลงๆ ทั้งคนที่เยอะ ทั้งถนนและซอยเล็ก ซอยน้อยต่างๆ แม่งแดกพลักงานเราไประหว่างทางเยอะมาก และที่แปลกใจอีกกย่างก็คือ ไม่มีคนต่อแถวเลย เมื่อ 5 ปีที่แล้วที่เรามายังต้องต่อคิวรอเป็นครึ่ง ชม. กว่าจะได้กิน รอบนี้มาไม่มีคนเลย สงสัยอาจจะเป็นคนละสาขา เพราะครั้งที่แล้วจำได้ว่ามันคือร้านที่อยู่ในสวน แต่รอบนี้ อยู่ในซอกตึก โอเค ไม่เป็นร้านเดิม ชื่อเดิม เพิ่มเติมคือ เราก็ได้สั่งแซนวิช ครึ่งล็อบสเตอร์ ครึ่งกุ้ง 1 ชิ้น ครึ่งปู 1 ชิ้น สิริราคารวม 3700 y แพงสัส สองชิ้น เกือบพันบาท กินเข้าไป ก็อร่อยดีนะ แต่ไม่ว้าวเหมือนครั้งแรก ทำให้รู้ว่า รอบหน้า มึงไม่ต้องเหนื่อยเดินตามหา และเสียเงินเกือบพันให้เค้าแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่เคยกินล็อปสเตอร์ดีๆ แนะนำให้ลองซักครั้งนะครับ ให้ลองเพียวๆ ไม่ต้องเติมอะไรก่อน ตัวเนื้อล็อบสเตอร์ เด้งหนึบหนับสู้ฟัน รอบปริกไทยมาหน่อยๆ เพื่อชูรสตัวกุ้งให้ออกมาประทบลิ้นได้เต็มที่ ขนมปังกรอบ หอมเนย ลองกัดเข้าไปครั้งแรก หก! แม่งหกจริงๆ เพราะเนื้อล็อบเตอร์ที่เค้าให้มาแม่งล้นขนมปัง แต่อร่อยสัส ทำให้เราสามารถเอาไปบอกคนอื่นได้ ว่าล้อบสเตอร์มันอร่อยแบบนี้นะ ส่วนคำที่สอง ให้ลองบีบซอสพริกศรีราชา ที่เค้าให้หยิบมาใส่เข้าไปดู แม่ง อร่อยขึ้น 300% เพราะคำแรกมันอร่อย แต่จะทิ้งความเลี่ยนไว้ให้เรา ดังนั้นซอสพริกประจำอำเภอหนึงในชลบุรีช่วยคุณได้(แต่เหมือนจะมีประเทศอื่นจดลิขสิทเอาชื่อไปใช้แล้ว เจ็บใจชิบหาย)
  • ส่วนเนื้อปูและเนื้อกุ้งที่ได้ลอง ก็อร่อย แต่มึงเทียบกับล็อบสเตอร์ไม่ได้ไง ครั้งแนะนำให้ลองทุกแบบ ครั้งสองถ้าตัดสินใจได้แล้ว คิดว่าล็อบเตอร์เพียวน่าจะดีกว่า
  • หลังจากกินแซนวิชได้ 50% ของกระเพาะ เราก็คิดขึ้นได้ว่า รอบนี้ช้อปปอ้งเยอะสัส จะเอากลับบ้านยังไง เลยตัดสินใจว่าจะซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่ม เสิร์ชหาร้านกระเป๋าเดินทางในชิบูย่า มาเลยจ้า แบรนด์ดัง samsonite เดินหลงเข้าไป 1 ตึกก่อน และจะเข้าห้างสุดหรู เดินผ่านร้านต่างๆ เหมือนพนักงานสงสัยว่ามึงมาแวะเข้าห้องน้ำใช่มั้ย เพราะสินค้าในนั้นคือแบรนเนม บาลองเซียก้า ดีไซนเนอร์แบรนด์ต่างๆ แต่ตั้งไว้เหมือนบูท A2Z บ้านเรา เดินผ่านร้านหรู เราก็มาถึง samsonite ถามราคาแบบเกรงๆ เจอไซส์ที่อยากได้ 75 ลิตร ราคาถูกสุด 6 หมื่นเยน ประมาณ หมื่นห้าพันบาท เดินวนไปหนึ่งรอบ คุยกับแฟนว่า เราจะซื้อกระเป๋าราคานี้ เพื่อเก็บของเล่นกลับไปฝากลูกที่ไทยจริงหรอ ไหนจะต้องนั่งระวัง ดูแลเค้าอีก เพราะเคยซื้อไปใบนึงจากอินโด โหดขึ้นเครื่องขากลับ ได้แผลถลอกยาวตั้งแต่หัวจดเท้า ยังกับพี่เต๋าสมชาย โดนคุณแฟนเทศนาไปหนึ่งกัน เราเลยตัดสินใจ งั้นไปดูที่มูจิมั้ย แฟนบอกว่ามูจิเค้าทำทุกย่าง แต่ถูกว่าที่ไทย ประมาณครึ่งนึง เดินผ่านมาเมื่อกี้ เห็นห้างเค้าอยู่ ใหญ่เชียว
  • และเราก็ได้มารีวิวห้างมูจิที่ชิบูย่า ย้ำครับ มันคือห้าง มี 7 ชั้น ชั้นไม่ใหญ่มากแต่มูจิทั้งหมด มีตั้งแต่ของกิน เฟอนิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก และราคาถูกว่าไทย ประมาณ 30-50% ใครสายคลั่งมูจิที่ไทย เข้าห้างนี้กรี๊ดแน่ เราได้กระเป๋าเดินทาง และเสื้อผ้าลูก หมดไป 8000 กว่าบาท ถ้าซือ้แซมโซไนท์ ใบนั้น น่าจะได้ประมาณ ครึ่งใบ จบการิวิวมูจิ ชิบูย่า
  • กิน คุชิคัทสึ โคตรอร่อย
  • สี่ทุ่มนั่งรถกลับ มึนๆ ไกลสัส
  • แวะซูปเปอร์ก่อนกลับ โคตรดี
  • ว่าจะหาอะไรกินต่อ เพราะวันนี้ตั้งใจทำทริปกิน โซบะแถว รร มั้ย ไอ้สัส ไม่อร่อย จบวัน

 

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top