
รีวิว Jarid Thai Food นิมมาน ซอย 3 อาหารไทยฟิวชันเชียงใหม่
รีวิว Jarid Thai Food Fine Wines นิมมานซอย 3 เชียงใหม่ อาหารไทยฟิวชันจัดจ้าน บรรยากาศอาร์ต ไวน์ชั้นเลิศ ข้าวผัดน้ำพริกหนุ่ม ข้าวซอย สะเต๊ะไก่ ครบจบทุกจาน

รีวิว Jarid Thai Food Fine Wines นิมมานซอย 3 เชียงใหม่ อาหารไทยฟิวชันจัดจ้าน บรรยากาศอาร์ต ไวน์ชั้นเลิศ ข้าวผัดน้ำพริกหนุ่ม ข้าวซอย สะเต๊ะไก่ ครบจบทุกจาน

รีวิว BangGan Experience Camping แคมป์ปิ้งริมน้ำพังงา บรรยากาศหมอกยามเช้า เต็นท์แกลมปิ้งสวย ห้องน้ำสะอาด เจ้าของน่ารัก คะแนน 4.9 ดาว สายธรรมชาติต้องไป!

รีวิว Lobbyist Nimman บาร์สไตล์โอเอซิสใจกลางนิมมาน เชียงใหม่ ค็อกเทลซิกเนเจอร์จาก 9 ประเทศบนเส้นทางสายไหม บรรยากาศสีม่วงนั่งชิลได้ทุกคืน เปิด 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน

รีวิว Smooth Healthy Cafe คาเฟ่สายสุขภาพย่านสุขุมวิท 16 อาหารโฮมเมด ไม่ผงชูรส ไม่ไขมันทรานส์ เบเกอรี่ทำเอง สมูทตี้โปรตีนสูง บรรยากาศน่ารัก Google 5 ดาวเต็ม

รีวิว Beachy Cafe บางขุนเทียน คาเฟ่ริมน้ำสไตล์มัลดีฟส์ ซีฟู้ดสดเสิร์ฟบนแพลอยน้ำ กุ้งเผา ทอดมัน ปลาทอด บรรยากาศชิลสุด เหมาะทั้งเพื่อน ครอบครัว คู่รัก เปิดทุกวัน 11.00-23.00 น.

รีวิว The Big Tree รังสิต ร้านลับใกล้ม.ธรรมศาสตร์ บรรยากาศน้ำตก ลำธาร ต้นไม้ใหญ่ อาหารอร่อย คราฟท์เบียร์เด็ด ดนตรีสด เปิดทุกวัน ชิลได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ถ้าพูดถึงร้านนั่งชิลในอยุธยาที่บรรยากาศสบาย อาหารอร่อย และเหมาะกับการมานั่งพักผ่อนหลังเลิกงานหรือวันหยุด ชื่อของ Zest X Chill Bar ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าสนใจมาก จากประสบการณ์ที่ได้ไปนั่งจริง บอกเลยว่าที่นี่เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป ทำเลที่ตั้ง เดินทางสะดวก Zest X Chill Bar ตั้งอยู่บริเวณท้ายตลาดแกรนด์ อยุธยา ซึ่งเป็นโซนที่เดินทางสะดวก

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านที่ “อร่อย คุ้ม และเลือกได้หลายแบบ” ในย่านลาดหวาย-บางเพรียง ร้าน ป.ประทีป ก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะรวมทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระแบบบุฟเฟต์ และช่วงเย็นมีหมูกระทะไว้ให้จัดเต็มในที่เดียว เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อสังสรรค์กับเพื่อนหรือครอบครัว ที่ตั้งและการเดินทาง ร้านตั้งอยู่โซนลาดหวาย บางเพรียง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เดินทางด้วยรถส่วนตัวสะดวก เพราะจอดรถได้ค่อนข้างง่าย
วันที่ 6 แวะซื้อของเล่นให้ลูก และบินกลับไทย วันสุดท้าย ต้องไปซื้อของเล่นให้ลูกที่อากิฮาบาร และเช็คเอ้า เก็บของ ทะเลาะกันทุกครั้งเป็นเรื่องปกคิ คนโน่นวางนี่ไว้ที่โน่น คนนี้จะเก็บของแบบนี้ เชื่อฉันสิ งั้นทำเอง แล้วเราก็ทำตัวเป็นลูกมือที่ดี ไม่คิดอะไร คอยใช้แรงงานอย่างเดียว แต่เรื่องก็เกิดขึ้น เพราะเราอาบน้ำเสร็จก่อน เค้าจัดของวางไว้ ไอ้เราก็อยากจะรีวิวโรงแรม
วันที่ 5 เริ่มวันด้วยการนั่งบัสไปอาซากุสะ ในช่วงเช้า 12.10 น. เช่นเคย เริ่มวันด้วยความประทับใจ คนญี่ปุ่นต่อคิวขึ้นรถเมล์ได้เป็นระเบียบมากตามที่คาดไว้ พร้อมบรรยากาศรอบป้ายรถเมล์คือยูโทเปียสัสๆ สวยมาก ทั้งตึก ทั้งความเป็นระเบียบ ทั้งฟ้าสีฟ้าสดไส ยังกับมีผู้กำกับ นั่งตะโกนบอกให้คนเซตฉาก พร้อมคุมตัดต่อแต่งสี และหลังจากขึ้นรถเมไปเราก็ไม่ได้นั่ง ซึ่งโอเคค่าเสียหายต่อทริบ 210
วันที่สี่ เป้าหมายแรก ตลาดปลา tsukiji ช่วงเช้า แต่ถึงตลาดปลาประมาณ 11 โมงครึ่งตามเคย หลงตั้งแต่เริ่มวัน ลงใต้ดินไปอกิฮาบาระ ยังสบายๆ เพราะสองวันเสียเวลากับที่นี่เยอะมาก หลังจากนี้ให้เรียกผมว่า เดียวเซียนอากิบะ แต่พอถึงอากิฮาบาระ จะนั่งรถไฟสายสีเทาตัว h ไปลงตลาดปลา เดินขึ้นมา งงๆ
เจอเพื่อนชาวญี่ปุ่น ดูแลดีจนเราเกรงใจ วันนี้เราได้ทำการนัดเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ให้บริษัทออกแบบชื่อดังสัญชาติออสซี่ด้วยกัน เอาจริงคนญี่ปุ่นเค้าแคร์เรื่องการต้อนรับชาวต่างชาติมากจริงๆ เคยอ่านในหนังสือคือแบบ ถ้าเป็นคนรู้จัก หรือเพื่อน(ของเพื่อน) เค้าจะดูและเราดีมาก เอาจริงกับเพื่อนที่คบกันมา 20 ปี เรายังไม่เคยดูแลมันขนาดนี้เลย เค้านั่งรถไฟจากโยโกฮาม่ามาหาเราในวันทำงาน(น่าจะเป็นวันพฤพัสมั้ง) ซึ่งหลักๆ เค้าทำงานฟรีแลนซ์แหล่ะ แต่ปัจจุบันเค้ารับอยู่ประมาณ 6 งานพร้อมกัน!!! เค้าบอกว่าที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเลือกที่จะเป็นพนักประจำกันมากกว่า มั่นคงกว่าเยอะ

บัตร Suica ของหมด แล้วฉันจะขึ้นรถไฟอย่างไร วันนี้เราเริ่มต้นวันด้วยการต่อแถวซื้อ Suica จากที่เราเล่าไปในวันแรกว่า Suica ของผมหาย เหลือแต่ของแฟน เลยคิดว่าต้องไปซื้อบัตรนี้ เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น แต่ก็มีเห็นแว็บๆ เป็นป้ายภาษาญี่ปุ่นมีกากระบาททับบัตร Suica หรือให้ใช้ผ่าน App อะไรซักอย่าง แต่ไม่เป็นไร ต่อคิวซื้อบัตรใหม่

ทำไม ตม. ญี่ปุ่น ช้าจัง แล้วเราก็มาถึงญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เรื่องแรกที่เราเจอคือ ตม. ของญี่ปุ่นปล่อยคนเข้าไปช้ามาก ไม่รู้ว่านักท่องเที่ยวมันชุ่ยไม่เตรียมตัวตอบคำถาม หรือเค้าถามเยอะก็ไม่รู้ ด้วยแถวที่พับทบไปมากกว่า 10 ชั้น และอัตราการปล่อยนักท่องเที่ยวเข้าไปในประเทศ 1 คนครึ่งต่อนาที ทำให้เราติดอยู่แถวในประมาณ 1 ชม. พอถึงคิวเรา

เรื่องราวของทริปนี้เกิดจากอาการลงแดงญี่ปุ่นของผมเอง หลังจากที่ยุ้ย(คุณแฟน)ป้ายยาผมตอนก่อนแต่งงาน ด้วยการบังคับให้ไปคอนเฟอเร้นป.โท ที่ญี่ปุ่นกับเค้า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว (ตอนนั้นนายเดียวผู้ซึ่งบ้างานบ้าเงินขั้นสุด คิดว่าใช้เงิน 5 หมื่นใน 7 วันมันจะไปคุ้มอะไร สู้เอามาซื้อคอมเครื่องใหม่ ใช้ทำงานหาเงิน เล่นเกม ดูหนังได้ ตั้งเยอะตั้งแยะ แม่งอาการหนักจัดๆ) และผลก็เป็นไปตามที่พี่วิชัยเล่าในหนังสือมิสชั่นกินพอสสิเบิ้ล